| *3* 的个人资料•~•PL@y•GIrL•GuY•~•照片日志列表 | 帮助 |
|
6月9日 ตำนานคิวปิด
คิวปิดหรือเทพแห่งความรัก ที่เราคุ้นเคยกันดีกับภาพเด็กผู้ชายตัวกลม ไม่สวมเสื้อผ้า มีปีกเล็กๆ และถือคันธนูคอยไล่ยิงให้คนรักกัน แบบที่เรียกว่า กามเทพแผลงศร เป็นบุตรชายของเทพีวีนัส หญิงสาวที่สวยที่สุดในโลก กับเทพมาร์ส เทพแห่งสงครามสุดเท่ คิวปิดจึงเป็นหนุ่มหน้าตาดี เพราะแม่ก็สวย พ่อก็เท่ซะขนาดนั้น จุดเด่นของคิวปิดคือ มีอำนาจในการถือศรแห่งความรัก ที่เมื่อยิงถูกใคร จะทำให้ตกหลุมรักกันทันที แต่เดิม เราอาจจะคุ้นเคยกับคิวปิดในร่างของเด็กเล็กๆ แต่ความจริงแล้ว คิวปิดเติบโตเป็นเทพหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา และมีความรักด้วย ความรักของคิวปิดหนุ่มเริ่มต้นขึ้นเมื่อแม่ของเขา เทพีวีนัสเกิดความอิจฉาต่อหญิงสาวที่มีความงดงามมากกว่าตน นั่นคือไซคี วีนัสจึงบอกให้คิวปิดไปทำร้ายไซคี แต่คิวปิดโชคร้าย เมื่อมองเห็นความงามสะดุดตาของหญิงสาว เขากลับตื่นเต้นจนทำศรแห่งความรักสะกิดโดนตัวเอง จากที่จะทำร้ายนาง เขากลับหลงรักนางเต็มหัวใจ แต่ถึงจะรักนางมากมายเพียงใด คิวปิดก็กลัวมากกว่าว่ามารดาจะรู้เข้า เขาจึงตั้งข้อจำกัดในความรักของตัวเองว่าจะต้องไม่ให้ไซคีเห็นหน้าเด็ดขาด ในที่สุด หญิงสาวอย่างไซคีก็ทนความอยากรู้อยากเห็นสามีที่รู้จักกันในความมืดของนางไม่ไหว (เป็นใครก็ทนไม่ไหวทั้งนั้นละ) เมื่อคิวปิดหลับสนิท นางจึงแอบจุดเทียนขึ้นเพื่อมองหน้าเขา แต่เพราะตกตะลึงในความหล่อเหลาของคิวปิด ไซคีจึงเผลอทำน้ำตาเทียนหยดใส่เขา นั่นทำให้คิวปิดตื่นและบินหนีจากนางไป ตำนานรักเรื่องนี้ยังมีต่อภาคสอง
เมื่อไซคีเฝ้าอ้อนวอนเทพีวีนัสคนสวย และออกตามหาคิวปิดด้วยความรัก
นางต้องฝ่าอันตรายนานัปการ แต่นางเอกของเราซะอย่าง ต้องผ่านมาได้อยู่แล้ว
และในที่สุด ทั้งคู่ก็ได้ครองรักกันอย่างมีความสุข เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช
เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช
มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า"เรือพระที่นั่งบัลลังค์นาค ๗ เศียร"
สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๔
และมาดำเนินการสร้างขึ้นใหม่แทนลำเดิมที่ผุพังไปในสมัยรัชกาลที่ ๖
หัวเรือปิดทองประดับกระจกเป็นรูปพญานาค ๗ เศียร จัดเป็นเรือพระที่นั่งกิ่ง
ลำเรือภายนอกทาสีเขียว ท้องเรือภายในทาสีแดง ยาว ๔๒.๙๕ เมตร กว้าง ๒.๙๕
เมตร กินน้ำลึก .๓๑ เมตร
หัวเรือ
หัวเรือรูปครุฑ ชื่อ"ครุฑเหินเห็จ"ตัวสีแดง
เรือเอกไชยหลาวทอง
เรือเอกไชยหลาวทอง เป็นเรือที่ทำหน้าที่นำเรือพระที่นั่ง เรียกว่า"เรือคู่ชัก" โดยคู่กับ เรือเอกชัยเหินหาว
โขนเรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ
โขนเรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณลำเดิม
เรือพระราชพิธีเรือพระที่นั่งนารยณ์ทรงสุบรรณรัชกาลที่๙
เป็นการสร้างเรือพระที่นั่งลำใหม่แทนเรือพระที่นั่งลำเดิม
เพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายเนื่องในวโรกาศที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ทรงครองสิริราชสมบัติครบ ๕๐ ปี เรือพระที่นั่งนารยณ์ทรงสุบรรณรัชกาลที่ ๙
นับเป็นเรือพระราชพิธีลำแรกที่สร้างในรัชกาลปัจจุบัน
มีฐานะเป็นเรือพระที่นั่งรอง มีขนาดตัวเรือกว้าง ๓.๒๐ เมตร ยาว ๔๔.๓๐ เมตร
กินน้ำลึก ๑.๑๐ เมตร น้ำหนัก ๒๐ ตัน
6月4日 ประวัติเพลงมหาชัยเพลงมหาชัยเป็นเพลงสองชั้น มีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ต่อมาสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ถูกนำมาบรรจุอยู่ในเพลง ปี่พาทย์ เรื่องเวียนเทียน หรือทำขวัญ เป็นเพลงในลำดับที่ 5 ที่เริ่มจาก เพลงนางนาค แล้วออก เพลงมหาฤกษ์ มหากาล สังข์น้อย มหาชัย ดอกไม่ไทร และดอกไม้ไพร ตามลำดับ นอกจากนี้เพลงมหาชัย ยังปรากฎอยู่ในเพลงตับมโหรี เรื่องทำขวัญครั้งกรุงเก่า โดยเป็นเพลงในลำดับที่ 6 ซึ่งมี พัดชา นางนาค นางนนกครวญ สรรเสริญพระจันทร์ มอญแปลง มหาชัย มโนราห์โอก ราโค หงส์ไซร์ดอกบัว เนรปาตี เวลาร้อยมักเริ่มจากเพลงมอญแปลง
เพลงชุดนี้ใช้ในงานพิธีมงคลต่างๆ ความหมายของเพลงมหาชัยนั้นบอกถึงการอวยชัยให้พรซึ่งมีบทเพลงมหาชัยดังนี้
เมื่อพุทธศักราช 2438 สมเด็จกรมพระยานริศรานุวัติวงศ์
ขณะทรงดำรงตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงกลาโหม การบรรเลงเพลงมหาชัยเพื่อคำนับ แสดงความเคารพหรือต้อนรับให้ใช้กับบุคคลต่อไปนี้ 1.
พระบรมวงศ์ (พระญาติผู้ใหญ่ของพระเจ้าอยู่หัว) และสมเด็จพระราชชนนี
============================================ ประวัติเพลงมหาฤกษ์ เพลงมหาฤกษ์เป็นเพลงคู่กันกับเพลงมหาชัย
มาตั้งแต่โบราณ จนเรียกติดปากกันว่า มหาฤกษ์มหาชัย
ใช้บรรเลง
ตามแบบสากล จะช่วยให้ผู้ฟังเกิดความเร้าใจขึ้นเป็นอันมาก พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
ทรงมีพระราชคู่กันเพื่อแสดงฤกษ์งามยามดี และความสวัสดีมีโชคชัย ในโอกาสต่างๆ เพลงมหาฤกษ์นั้น สันนิษฐานว่ามีมาแต่ครั้งสมัย กรุงศรีอยุธยา เป็นเพลงทำนองอัตรา 2 ชั้น พอมาถึงกรุงรัตนโกสินทร์ ถูกนำบรรจุอยู่ในเพลงปี่พาทย์ เรื่องทำขวัญหรือ เวียนเทียน ที่เริ่มต้นด้วย เพลงนางนาค ออกเพลงมหาฤกษ์ มหากาลสังข์น้อย มหาชัย ดอกไม้ไทร และดอกไม้ไพร ตามลำดับ โดยทั่วไปแล้ว เพลงมหาฤกษ์ ใช้ในการเปิดสถานที่ หรือเปิดงานต่างๆตามฤกษ์ยามที่กำหนด เนื่องจากการ ดำเนินทำนองเพลงมหาฤกษ์นั้น ดำเนินทำนองแบบไทยแท้ ตามลักษณะการแปรลูกฆ้องออกเป็นทำนองเต็ม จากเครื่อง ดนตรีที่บรรเลงร่วมกัน ทำให้ผู้ฟังได้รับฟัง จะได้ยินเสียงครึ้มกระหึ่มของเสียงดนตรีที่บรรเลงพร้อมเพรียงกัน ก่อให้ เกิดความปีติยินดี และความศรัทธา แก่ผู้ฟังเป็นอย่างยิ่ง ต่อมาจอมพลเรือ สมเด็จเจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนคร สวรรค์วรพินิต ได้ทรงดัดแปลงเพลงมหาฤกษ์ทางไทย ออกเป็นทางประสานเสียงตามแบบสากล โดยพระองค์ท่าน ได้ยึดหลักทำนองของเก่า แต่เพียงแก้ไขเฉพาะตอนขึ้นต้นและลงท้ายให้สง่าผ่าเผยขึ้น ซึ่งทำให้การประสานเสียง
ดำรัสสั่งให้บรรเลงเป็นเพลงเกียรติยศ ต่อมาก็ใช้บรรเลงกล่าวคำอวยพรซึ่งกันและกัน
ในพิธีมงคลฤกษ์ต่างๆ เช่น
เนื้อร้องเพลงมหาฤกษ์มีดังนี้
เปิดป้ายหรือเจิมศิลาฤกษ์ ก็ใช้บรรเลงเพลงมหาฤกษ์ขึ้น หรือในการกล่าวคำปราศรัย หรือกล่าวนุนทรพจน์ ก็ใช้บรรเลง เพลงมหาฤกษ์ ทุกคนในงานก็จะยืนขึ้น เป็นการให้เกียรติพร้อมกัน พระศุลีเถลิงศรีอุสุภราช
จากไกรลาศลอยละลิ่ว (อัมพร) ปลิวเวหน ================================================= |
|
|